ข้อมูลทั่วไป

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย Republic of Indonesia

ทิศเหนือติดกับทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันออกติดกับติมอร์-เลสเต และปาปัวนิวกินี และทิศใต้ติดกับทะเลติมอร์

พื้นที่

พื้นที่ทางบก 1,904,443 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ทางทะเล 3,166,163 ตารางกิโลเมตร (รวมพื้นที่ทั้งหมด 5,070,606 ตารางกิโลเมตร)

เมืองหลวง

กรุงจาการ์ตา

ประชากร

243 ล้านคน (2553)

ภาษาราชการ

ภาษาอินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia)

ศาสนา

  • อิสลาม ร้อยละ 85.2
  • คริสต์นิกายโปรแตสแตน ร้อยละ 8.9
  • คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 3
  • ฮินดู ร้อยละ 1.8
  • พุทธ 0.8
  • ศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ 0.3

การเมืองการปกครอง

ประมุข

ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายโจโค วิโดโด

ผู้นำรัฐบาล

นายโจโค วิโดโด (Joko Widodo) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2557 เป็นประธานาธิบดีคนที่ 7 ของอินโดนีเซีย

รัฐมนตรีต่างประเทศ

นางเร็ตโน เลสตารี เปรียนซารี มาร์ซูดี (Retno Lestari Priansari Marsudi)

ระบอบการปกครอง

ระบอบ สาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร (ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2557)

เขตการปกครอง

30 จังหวัด และเขตการปกครองพิเศษ 4 เขต ได้แก่ กรุงจาการ์ตา เมืองยอกยาการ์ตา จังหวัดอาเจห์ และ จังหวัดปาปัวและปาปัวตะวันตก

วันชาติ

17 สิงหาคม

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย

7 มีนาคม 2493

เศรษฐกิจการค้า

หน่วยเงินตรา

รูเปียห์ (10,000 รูเปียห์ ประมาณ 25 บาท)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

868.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2556)

รายได้ประชาชาติต่อหัว

3,580 ดอลลาร์สหรัฐ (2556)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ร้อยละ 5.1 (2557)

สินค้านำเข้าสำคัญ

น้ำมัน เหล็ก ท่อเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สิ่งทอ เคมีภัณฑ์

สินค้าส่งออกสำคัญ

ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์จากไม้ สิ่งทอ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

1. ภาพรวมความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2493 โดยจะฉลองครบรอบ 65 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2558

2. ความสัมพันธ์ด้านการเมือง

อินโดนีเซียเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทยทั้งในกรอบอาเซียนและในเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ และการที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ท่าทีของอินโดนีเซียเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ย่อมมีผลต่อท่าทีของประเทศมุสลิมโดยเฉพาะในกรอบ OIC ซึ่งที่ผ่านมา อินโดนีเซียให้ความร่วมมือที่ดี นอกจากนี้ มีความร่วมมือในการส่งเสริมด้านการศึกษาและมุสลิมสายกลาง (ระหว่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ Nadhalatul Ulama (NU) และ Muhammadiyah) ในรูปทุนการศึกษาจำนวนประมาณ 200 ทุน แก่นักศึกษาไทย จชต. ในสาขาต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ด้านศาสนา

3. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

3.1 การค้า

อินโดนีเซีย เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 3 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซียและสิงคโปร์ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของไทยในโลก ในปี 2557 มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เท่ากับ 16,788 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการนำเข้าจากอินโดนีเซีย 7,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออก 9,510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 2,231 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทยไปอินโดนีเซียที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เครื่องยนต์ เคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าจากอินโดนีเซียที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ ถ่านหิน สินแร่โลหะอื่น ๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ

3.2 การลงทุน

ใน ปี 2557 ไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนอันดับที่ 13 ในอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่าการลงทุน 317.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมรถยนต์ โดยบริษัทไทยขนาดใหญ่ ๆ ที่เข้าไปลงทุน อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย เหมืองบ้านปู ธนาคารกรุงเทพ ลานนาลิกไนต์ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อินโดนีเซียมีมูลค่าการลงทุนในไทย 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

3.3 การท่องเที่ยว

ใน ปี 2557 มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาไทยจำนวน 508,171 คน และ มีนักท่องเที่ยวจากไทยไปอินโดนีเซีย 141,349 คน (สถิติปี 2556)

3.4 ประมง

อินโดนีเซีย เป็นแหล่งประมงนอกน่านน้ำที่สำคัญของไทย กลไกสำคัญสำหรับความร่วมมือด้านประมงไทย-อินโดนีเซีย ได้แก่ คณะอนุกรรมการว่าด้วยความร่วมมือทางการประมงไทย-อินโดนีเซีย (JC Sub-Committee on Fisheries Cooperation) และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อหารือทางเทคนิคด้านประมงระหว่างไทย - อินโดนีเซีย (Senior Technical Consultation Meeting)

3.5 พลังงาน

อินโดนีเซีย มีทรัพยากรปิโตรเลียมอุดมสมบูรณ์ กระทรวงพลังงานไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน โดยกรอบความร่วมมือด้านพลังงาน ได้แก่ Indonesia - Thailand Energy Forum (ITEF) ซึ่งเป็นเวทีให้ผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายได้อภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยี พัฒนาการความร่วมมือ และโอกาส ในการลงทุนด้านพลังงานระหว่างกัน ล่าสุด ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม ITEF ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 24 – 25 พฤศจิกายน 2557 ที่กรุงเทพฯ

4. ความสัมพันธ์ด้านต่างประเทศ

4.1 การเยือนที่สำคัญ

การเยือนระดับสูงที่สำคัญนับแต่ปี 2555 ได้แก่ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนอินโดนีเซีย ระหว่าง 18 - 21 พฤศจิกายน 2555 นายกรัฐมนตรี (น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เข้าร่วมการประชุม Bali Democracy Forum ครั้งที่ 5 ที่บาหลี ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2555 และเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2556 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร) เป็น ผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของ ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2557 และล่าสุด การเยือนอินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เพื่อเข้าร่วมการประชุม Asian African Leaders Summit เมื่อวันที่ 20-22 เมษายน 2558

สำหรับฝ่ายอินโดนีเซีย ประธานาธิบดี อินโดนีเซีย (นายซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน) เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) on East Asia ครั้งที่ 21 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2555 รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย (นายมาร์ตี นาตาเลกาวา) เดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย - อินโดนีเซีย (JC) ครั้งที่ 8 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2556 และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย (นางเร็ตโน มาร์ซูดี) เยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2558

4.2 การประชุมที่สำคัญ

มีกลไกความร่วมมือทวิภาคีหลัก 2 กรอบ ได้แก่

(1) การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย - อินโดนีเซีย (Joint Commission between the Kingdom of Thailand and the Republic of Indonesia - JC)
ซึ่ง มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม โดยไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม JC ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 13-14 พฤศจิกายน 2556

(2) คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee - HLC)
โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม อินโดนีเซียจัดการประชุม HLC ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2557 ที่เมืองบันดุง

5. ความตกลงระหว่างไทย-อินโดนีเซีย

  1. สนธิสัญญาทางไมตรี (3 มีนาคม 2497)
  2. ความตกลงว่าด้วยการแบ่งเขตไหล่ทวีประหว่างประเทศทั้งสองในตอนเหนือของช่องแคบ มะละกาและในทะเลอันดามัน
    (17 ธันวาคม 2514)
  3. ความตกลงระหว่างไทย-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย ว่าด้วยการแบ่งเขตไหล่ทวีปในตอนเหนือของช่องแคบ มะละกา
    (21 ธันวาคม 2514)
  4. ความตกลงว่าด้วยการแบ่งเขตกั้นทะเลระหว่างประเทศทั้งสองในทะเลอันดามัน (11 ธันวาคม 2518)
  5. สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (29 มิถุนายน 2519)
  6. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (25 มีนาคม 2524)
  7. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านป่าไม้ (27 พฤษภาคม 2527)
  8. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านถ่านหิน (12 มกราคม 2533)
  9. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเทคโนโลยี (21 พฤษภาคม 2533)
  10. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (18 มกราคม 2535)
  11. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (17 กุมภาพันธ์ 2541)
  12. ความตกลงด้านวัฒนธรรม (17 มกราคม 2545)
  13. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (23 พฤษภาคม 2546)
  14. ความตกลงว่าด้วยการบริการทางอากาศ (7 มีนาคม 2511 ปรับปรุงแก้ไข 2 มีนาคม 2547)
  15. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการลงทุน (21 กรกฎาคม 2547)
  16. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (16 ธันวาคม 2548)
  17. บันทึกความเข้าใจการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอินโดนีเซีย (26 ธันวาคม 2549)
  18. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดยอกยาการ์ตา
    (4 กันยายน 2550)
  19. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (27 มกราคม 2554)
  20. ความตกลงทางการค้า (Trade Agreement) (16 พฤศจิกายน 2554)
  21. ข้อตกลงว่าด้วยการแก้ไขบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอินโดนีเซีย
    (16 พฤศจิกายน 2554)

6. เรื่องอื่น ๆ

ความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม ไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด มีการจัดทำความตกลงด้านสังคมและวัฒนธรรม และมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรมและสม่ำเสมอ โดยกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายยังวัดในอินโดนีเซีย การสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องระหว่างกัน รวมทั้งกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับอินโดนีเซียในปี 2553

ในส่วนของความร่วมมือด้านวิชาการ อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านวิชาการไทย – อินโดนีเซีย ครั้งที่ 3 ที่กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 21 - 22 มิถุนายน 2554 ซึ่งให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการศึกษา สาธารณสุข พลังงาน และความร่วมมือระหว่างกันในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่สาม


มิถุนายน 2558

เรียบเรียงโดย กองเอเชียตะวันออก 4 กรมเอเชียตะวันออก
โทร. 0-2643-5209-10 แฟกซ์. 0-2643-5208
E-mail : eastasian05@mfa.go.th